Uncategorized

แม่นหรือไม่มาอ่านกัน.. เปิดคำทำนาย.. โหรหลวงในสมัย ร.1 จนถึง รัชกาลที่ 12 มาดูกันว่า.. จะเป็นอย่างไร..

คำทำนายของโหรหลวงในสมัย ร.1 ถึงบ้านเมืองในยุครัชกาลต่างๆ
By paw On 00:21 In ตำนานประเทศไทย

คำพยากรณ์ของพระโหราธิบดี

ในรัชกาลสมัยสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจะฬาโลก
มีผู้เฒ่าเล่ากันต่อ ๆ มาว่าในรัชกาลที่ ๑ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
วันหนึ่งเวลาเย็นขณะที่พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกประทับอยู่ ณ ตำหนัก ในขณะนั้นก็พอดี
พระโหราผ่านมาจะเข้าเฝ้า พระองค์ก็เลยรับสั่งให้หา พระพุทธยอดฟ้าจึงเผยพระโอษฐ์ขึ้นก่อนว่า ท่านมาก็ดีแล้ว ท่านโหรา ฉันจะให้ท่านพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์ว่า
ต่อไปเบื้องหน้าจะเป็นอย่างไร พระโหราจึงกราบทูลว่า พระอาญาไม่พ้นเกล้า การถวายคำพยากรณ์โชคชะตาของกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นเรื่องสำคัญจำจะต้องตรวจการพยากรณ์
โดยความระมัดระวังจะต้องใช้เวลาถึง ๓ วัน จึงจะกราบทูลถวายคำพยากรณ์ได้
ครั้งแล้วท่านโหราธิบาดีได้จด ปี เดือน วัน เวลา ของวันที่ลงหลักเมือง
กรุงรัตนโกสินทร์ ตามที่พระพุทธยอดฟ้ารับสั่ง แล้วจึงกราบทูลลากลับไป พอครบ ๓ วัน
พระโหราธิบดีจึงมาเฝ้าพระพุทธยอดฟ้าตามนัด และได้ถวายคำพยากรณ์เป็น ๑๒ ยุค ดังนี้

Sponsors


ยุคที่ ๑ ได้แก่ รัชกาลที่ ๑ ชื่อว่า มหากาฬ มีอรรถาธิบายว่า รัชกาลของพระองค์นี้
มืดมาก คือพระองค์ไม่รู้ที่จะดำเนินรัฐประศาสนโยบายของประเทศไปในทางไหนดี
เพราะเป็นระยะเริ่มก่อร่างสร้างกรุง

ยุคที่ ๒ ได้แก่รัชกาลที่ ๒ ชื่อว่า พาลยัคฆ์ มีอรรถาธิบายว่า ผู้ที่รับมอบสืบราชสมบัติ
ต่อจากพระองค์ไปจะเป็นพระเจ้าแผ่นดินผู้ที่ประกอบไปด้วยความอ่อนแอ ไม่มีความสามารถ
ในการปกครอง

ยุคที่ ๓ ได้แก่รัชกาลที่ ๓ ชื่อว่า รักมิตร มีอรรถาธิบายว่า ผู้ที่สืบราชสมบัติต่อมา
ถึงรัชกาลที่ ๓ นี้ จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงโปรดที่จะทำสัญญาผูกสัมพันธไมตรีกับ
ต่างประเทศมาก

ยุคที่ ๔ ได้แก่รัชกาลที่ ๔ ชื่อว่า สถิตย์ธรรม มีอรรถาธิบายว่า ผู้ที่สืบราชสมบัติ
ต่อมาถึงรัชกาลที่ ๔ นี้ จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงพอพระทัยฝักใฝ่ในทางธรรม และพระพุทธศาสนามาก

Sponsors

ยุคที่ ๕ ได้แก่ รัชกาลที่ ๕ ชื่อว่า จำแขนขาด มีอรรถาธิบายว่า จะมีการเสียดินแดน
ให้แก่ต่างประเทศ ในรัชกาลที่ ๕ ด้วยความจำใจ

ยุคที่ ๖ ได้แก่ รัชกาลที่ ๖ ชื่อว่า ราชโจรัญ มีอรรถาธิบายว่า ผู้ที่สืบราชสมบัติ
ต่อมาถึงรัชกาลที่ ๖ นี้เป็นพระราชาที่เปรียบเสมือนโจร คือพระเจ้าแผ่นดินที่จับจ่ายใช้สอยทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มาก

ยุคที่ ๗ ได้แก่รัชกาลที่ ๗ ชื่อว่า ทัณฑ์ทุกข์ มีอรรถาธิบายว่า ผู้ที่สืบราชสมบัติถึง
รัชกาลที่ ๗ นี้จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มารับเคราะห์หนักตลอดรัชสมัย

ยุคที่ ๘ ได้แก่ รัชกาลที่ ๘ ชื่อว่า ยุคทมิฬ มีอรรถาธิบายว่า จะเกิดมีสงคราม
ในยุคนี้ ประชาชน ประชาชาติจะต้องเสียสละทรัพย์สมบัติและเลือดเนื้อ เพื่อรักษาไว้
ของส่วนใหญ่อันเป็นที่รัก (แต่พระโหรา มิได้ทำนายไว้ถึงว่า รัชกาลที่ ๘ จะประสบเหตุการณ์
ถึงสิ้นพระชนม์ด้วยลักษณการเช่นนี้)

ยุคที่ ๙ ได้แก่รัชสมัยปรัตยุบันนี้ ชื่อว่า ถิ่นสกาว มีอรรถาธิบายว่า ผู้ที่สืบสันตติวงค์
ครองราชสมบัติต่อมา ถึงรัชกาลนี้ จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มีบุญญาธิการ ประเทศจะเจริญรุ่งเรือง

ยุคที่ ๑๐ ชื่อว่า ชาวศรีวิไล มีอรรถาธิบายว่า ประชาชนพลเมืองจะถึงซึ่งอารยธรรม
อันแท้จริงในยุคนี้ (พวกมิจฉาทิษฐิและอธรรมจะเสื่อมสิ้นไป พวกนี้ถ้าไม่ตายด้วยคมหอก
คมดาบ ก็จะต้องตายเพราะโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ เพราะเป็นยุคของอารยชนที่มีจิตใจเป็นธรรม
เท่านั้น ที่จะอาศัยอยู่ในอารยประเทศ ถิ่นสกาวได้ ถ้าผู้ใดไม่มีศีลธรรมผู้นั้นก็เท่ากับฝืนโชค ชะตากรรมของประเทศชาติจะต้องได้รับโทษถึงตาย โดยทางใด ทางหนึ่ง ดังกล่าวมาแล้ว

ยุคที่ ๑๑ ชื่อว่า ไทยมหารัฐ มีอรรถาธิบายว่า ประเทศจะเป็นมหาอำนาจในยุคนี้

ยุคที่ ๑๒ ชื่อว่า จักรพรรดิราช มีอรรถาธิบายว่า พระเจ้าแผ่นดินจะเป็นถึง
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ์ในยุคนี้.

ที่มา : หนังสือ “คนตายแล้ว…ไปเกิดได้อย่างไร” ของพระธรรมสิงหบุราจารย์

เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี

http://lannacorner.blogspot.com/2015/03/1.html

Most Popular

To Top