Uncategorized

แบบนี้ก็มีด้วย.. รวม 25 ข้อห้ามสุดแปลก.. จากทั่วโลก ที่ไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริง.. อย่างพีค บอกเลย..

ประเทศจีนเพิ่งยกเลิกกฏหมายห้ามผลิตและจำหน่ายวิดีโอเกมส์ที่บังคับใช้มานาน 14 ปี แต่ไม่ใช่เพียงแค่จีนประเทศเดียวเท่านั้นที่มีข้อห้ามแปลกๆ เพราะในสถานที่แต่ละแห่ง ก็มีกฎข้อห้ามที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง อย่างเช่นสถานที่เหล่านี้ ที่มีข้อห้ามที่แปลก ซะจนแทบไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่จริง จะมีที่ไหนบ้างนั้นไปชมกันเลย

#1 ห้ามขายไข่ช็อกโกแลต

อย่าพยายามเซอร์ไพรซ์ใครในสหรัฐอเมริกาด้วยไข่ช็อกโกแลตของ คินเดอร์ เซอร์ไพรซ์ เพราะมันถูกแบนในประเทศยักษ์ใหญ่แห่งนี้ เนื่องจากทางการเกรงว่าของเล่นที่แถมมาในไข่อาจเข้าไปอุดหลอดลมเด็กๆ โดยสหรัฐอเมริกาสั่งแบนขนมแถมของเล่นทุกชนิด มาตั้งแต่ปี 1938

1. ไข่ช็อกโกแลต

Sponsors

#2 ห้ามเคี้ยวหมากฝรั่ง

ประเทศสิงคโปร์ห้ามการนำเข้าและจำหน่ายหมากฝรั่งตั้งแต่ปี 1992 แต่ก็มีข้อยกเว้นให้กับบุคคลที่จำเป็นต้องใช้หมากฝรั่งในการรักษาทางการแพทย์

2. หมากฝรั่ง

#3 ห้ามฉายภาพยนต์ที่มี “แคลร์ เดนส์” 

ภาพยนตร์ทุกเรื่องที่มี แคลร์ เดนส์ (ในภาพ) ร่วมแสดง ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฉายในกรุงมะนิลา เมืองหลวงของประเทศฟิลิปปินส์ การต่อต้านนักแสดงสาวเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 1998 จากกรณีที่แคลร์กล่าววิพากษ์วิจารณ์เมืองหลวงแห่งนี้ว่า สกปรกและเต็มไปด้วยหนู ในขณะที่เธอเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง

3. แคลร์ เดนส์

#4 ห้ามกลับชาติมาเกิดใหม่โดยปราศจากความเห็นชอบจากรัฐบาล

อาจฟังดูประหลาด แต่ข้อห้ามนี้คือเรื่องจริง ประเทศจีนสั่งห้ามการกลับชาติมาเกิดใหม่ หากไม่ได้รับการยินยอมจากรัฐบาลเสียก่อน เรื่องนี้เกิดขึ้นในในดินแดนของพุทธศาสนิกชนทิเบต การประกอบพิธีถูกจำกัดให้อยู่ภายในพุทธศาสนสถานเท่านั้น ข้อบังคับนี้มีการประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2007 และยังมีผลบังคับใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้

4. ห้ามกลับชาติมาเกิดใหม่โดยปราศจากความเห็นชอบจากรัฐบาล

Sponsors

#5 ห้ามจ๊อกกิ้ง

การออกกำลังกายถือเป็นกิจกรรมที่ควรปฏิบัติมากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่เมื่อปี 2014 ประเทศบุรุนดีกลับมีการสั่งห้ามกิจกรรมเกี่ยวกับการจ๊อกกิ้งอย่างเด็ดขาด โดยประธานาธิบดีปิแอร์ นกุรุนซีซาร์ มีความรู้สึกว่า การจ๊อกกิ้งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของผู้ที่ประสงค์จะโค่นล้มอำนาจ โดยกฏหมายฉบับนี้รุนแรงถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิตเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามกฏนี้ห้ามเฉพาะการวิ่งจ๊อกกิ้งเป็นกลุ่มเท่านั้น การวิ่งคนเดียวไม่ถือเป็นเรื่องผิดกฏหมายแต่อย่างใด

5. จ๊อกกิ้ง

#6 ห้ามแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเหลือง

การสวมเสื้อผ้าสีเหลืองนั้นถือเป็นสิ่งต้องห้ามในประเทศมาเลเซีย เมื่อปี 2008 เนื่องจากในช่วงนั้นรัฐบาลมาเลเซียมีเรื่องขัดแย้งกับกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่สวมเสื้อสีเหลืองออกมาประท้วงการเลือกตั้ง

6. แต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีเหลือง

#7 ห้ามเดินบนทางด่วน

ในประเทศเยอรมนี ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้เดินบนทางด่วน เพราะฉนั้นจึงควรเติมน้ำมันให้เรียบร้อยก่อนขึ้นทางด่วนทุกครั้ง

7. น้ำมันหมดกลางทาง

#8 ห้ามใช้ซอสมะเขือเทศ

ในปี 2001 ประเทศฝรั่งเศสมีกฏห้ามโรงอาหารของโรงเรียนและวิทยาลัยใช้ซอสมะเขือเทศ เนื่องจากการเติมซอสมะเขือเทศถือเป็นการไม่ให้เกียรติอาหารฝรั่งเศส และในซอสมะเขือเทศมีน้ำตาลผสมอยู่มากก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้ฝรั่งเศสออกกฏนี้

8. ซอสมะเขือเทศ

#9 ห้ามบริโภคแฮกกิส

ประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกกฏหมายห้ามการบริโภคแฮกกิสอย่างเคร่งครัด เพราะส่วนผสมหลักนั้นคือปอดแกะ โดยแฮกกิสห้ามจำหน่ายและบริโภคในสหรัฐอเมริกานานกว่า 40 ปีด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยทางอาหาร

9. แฮกกิส

#10 ห้ามเล่นเกมส์ออนไลน์หลังเที่ยงคืน

ในปี 2011 ประเทศเกาหลีใต้ได้ผ่านร่างกฏหมายควบคุมการเล่นเกมส์ออนไลน์ของเด็กและเยาวชนตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนจนถึงหกโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น โดยการออกกฏหมายนี้เป็นจัดการปัญหาเยาวชนติดเกมส์ ต่อมาในปี 2013 รัฐบาลเกาหลีใต้ก็ผ่อนปรนมากขึ้น โดยพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถขอยกเลิกข้อห้ามเป็นรายๆ ไป

10. การเล่นเกมส์ออนไลน์หลังเที่ยงคืน

#11 ห้ามทรงผมบางทรง

ในปี 2010 ทางการอิหร่านออกกฏห้ามประชาชนไว้ทรงผมบางทรง เช่น การมัดผมหางม้า ทรงมุลเลท และการทำผมแหลมชี้ โดยการออกกฏนี้เพื่อเป็นการต่อต้านวัฒนธรรมตะวันตกที่จะก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมในสังคม ทางการอิหร่านยังได้ตีพิมพ์เผยแพร่ทรงผมที่ได้รับอนุญาต ให้สาธารณชนรับทราบด้วย ปัจจุบันกฏเรื่องทรงผมนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่

11. ทรงผมบางทรง

#12 ห้ามการลิปซิงค์

ในประเทศเติร์กเมนิสถาน การลิปซิงค์เป็นเรื่องผิดกฏหมาย โดยรัฐบาลประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2005 เพื่อเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมที่ดีงามของประเทศให้คงอยู่ โดยรัฐบาลไม่ได้ห้ามเฉพาะการลิปซิงค์เท่านั้น แต่การแสดงโอเปร่ารวมไปถึงบัลเล่ต์ก็เป็นสิ่งต้องห้ามเช่นกัน กฏนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

12. การลิปซิงค์

#13 ห้ามเปลี่ยนหลอดไฟ

ที่รัฐวิคตอเรีย หนึ่งในรัฐที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศออสเตรเลีย การเปลี่ยนหลอดไฟเป็นเรื่องผิดกฎหมายหากคุณไม่ใช่ช่างไฟที่ได้รับอนุญาต

13. การเปลี่ยนหลอดไฟ

#14 ห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

ในอินเดีย การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เป็นสิ่งผิดกฏหมาย แต่บริษัทโฆษณาก็พยายามหาหนทางในการโฆษณาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ทางอ้อม การออกกฏนี้เริ่มมีผลการตั้งแต่ช่วงปี 1990 จนถึงปัจจุบันก็ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่

14. การโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์

#15 ห้ามเสียชีวิตในรัฐสภา

ประชาชนไม่ได้รับอนุญาตให้เสียชีวิตภายในที่ทำการรัฐสภาอังกฤษ เพราะผู้เสียชีวิตที่นั่นจะได้รับเกียรติจัดพิธีศพโดยรัฐบาล กฏหมายนี้ได้รับการโหวตให้เป็นสุดยอดกฏหมายที่ไร้สาระที่สุดของในอังกฤษ จากการสำรวจเมื่อปี 2008

15. การเสียชีวิตในรัฐสภา

#16 ห้ามขายโอวัลตินและมาร์ไมท์

ประเทศเดนมาร์กไม่อนุญาตให้วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดนี้ภายในประเทศ ด้วยเหตุผลว่า ตามกฏหมายของประเทศนี้ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุเป็นส่วนประกอบจะต้องผ่านการตรวจสอบเสียก่อน กฏหมายนี้ได้ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2004

16. โอวัลตินและมาร์ไมท์

#17 ห้ามเล่นวิดีโอเกมส์

ประเทศจีนยกเลิกกฏหมายห้ามเล่นวิดีโอเกมส์ไปแล้ว แต่ที่กรีซยังคงห้ามอยู่ โดยประเทศยุโรปแห่งนี้ออกมาตรการห้ามประชาชนเล่นวิดีโอเกมส์ เพื่อควบคุมปัญหาเกมส์ผิดกฏหมายและปรับพฤติกรรมประชาชนให้เหมาะสม กฏหมายฉบับนี้ได้รับการปรับปรุงในปี 2003 โดยยังมีผลห้ามประชาชนเล่นเกมส์ภายในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่อยู่

17. วิดีโอเกมส์

#18 ห้ามออกอากาศรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับการท่องไปในห้วงเวลา

แม้ว่าการเดินทางข้ามเวลายังคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่แนวคิดนี้ได้รับความนิยมมากในรายการโทรทัศน์ของจีน อย่างไรก็ตาม ทางการจีนเห็นว่าแนวคิดนี้เป็นเรื่องไม่เหมาะสม และไม่ให้ความเคารพกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในอดีต จึงออกกฏห้ามรายการโทรทัศน์นำเสนอประเด็นดังกล่าว และให้เสนอความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์อย่างถูกต้องแทน ข้อห้ามนี้ประกาศใช้ในปี 2011 จนถึงปัจจุบันยังมีผลบังคับใช้อยู่ (จากภาพ) ส่วนหนึ่งของภาพยนตร์ Back To The Future

18. รายการโทรทัศน์เกี่ยวกับการท่องไปในห้วงเวลา

#19 ห้ามเต้นในสถานบันเทิง

ในกรุงโตเกียว เมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ขึ้นชื่อในเรื่องของการท่องราตรี แต่ประเทศนี้กลับมีกฏหมายห้ามประชาชนเต้นในสถานบันเทิงหลังเวลาเที่ยงคืน โดยกฏหมายฉบับนี้มีขึ้นในปี 1948 แต่เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ในปี 2020 ผู้บัญญัติกฏหมายของญี่ปุ่นจึงตัดสินใจที่จะยกเลิกกฏที่เข้มงวดนี้

19. การเต้นในสถานบันเทิง

#20 ห้ามบุรุษแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสตรี

ในเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ห้ามคุณผู้ชายแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสตรีในที่สาธารณะ สืบเนื่องจากกฏหมายเก่าแก่ที่ห้ามผู้ชายสวมชุดเปลือยไหล่ในที่สาธารณะนั่นเอง

20. ห้ามบุรุษแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสตรี

#21 ห้ามบ้วนหรือถ่มน้ำลาย

ทางการฝรั่งเศสออกกฏห้ามถ่มน้ำลายขึ้นมา ในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อไข้หวัดหมู หรือไข้หวัดใหญ่เม็กซิโกเมื่อปี 2009

21. การบ้วน

#22 ห้ามคนท้องถิ่นเล่นการพนัน

โมนาโกเป็นที่ตั้งของคาสิโนชื่อดังระดับโลกหลายแห่ง รวมถึงมอนติ คาโล คาสิโน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนสามารถเข้าไปเสี่ยงโชคในคาสิโนเหล่านี้ได้ คาสิโนทั้งหลายภายในประเทศโมนาโกยินดีต้อนรับแขกต่างชาติให้สามารถเข้าไปเสี่ยงโชคได้แต่สำหรับประชาชนชาวโมนาโก พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในพื้นที่คาสิโน กฏนี้มีขึ้นตั้งแต่ปี 1860 โดยเจ้าชายชาลส์ที่ 4 ซึ่งทรงมีความห่วงใยว่าประชนจะสูญเสียทรัพย์สินหากมีนิสัยติดการพนันขึ้นมา

22. ห้ามคนท้องถิ่นเล่นการพนัน

#23 ห้ามใส่กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน

เป็นที่รู้กันดีว่าประเทศเกาหลีเหนือนั้นเกลียดชังประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นจึงได้ออกกฏห้ามประชาชนสวมกางเกงยีนส์สีน้ำเงิน โดยให้เหตุผลว่าสีน้ำเงินของกางเกงยีนส์เป็นสีแทนประเทศสหรัฐอเมริกา แต่การห้ามนี้ห้ามเพียงกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเท่านั้น ประชาชนยังสามารถสวมกางเกงยีนส์สีดำได้

23. กางเกงยีนส์สีน้ำเงิน

#24 ห้ามขายดอกมะลิ

การปฏิวัติในประเทศตูนิเซีย เมื่อปี 2010 เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ ‘การปฏิวัติดอกมะลิ’ ทางการจีนเกรงว่าดอกไม้ชนิดนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเหล่าผู้ประท้วงในประเทศ จึงได้สั่งแบนในที่สุด

24. ดอกมะลิ

#25 ห้ามใส่รองเท้าแตะ

การสวมรองเท้าแตะในเมืองคาปรี ประเทศอิตาลี ถือเป็นสิ่งผิดกฏหมาย เพราะรองเท้าประเภทนี้ส่งเสียงดังเวลาเดิน

25. รองเท้าแตะ

ติดตามเรื่องราวแปลกๆ จากทั่วโลกได้ที่นี่

“กด LIKE ติดตาม WTF เรื่องเด็ดรอบโลกที่นี่” (ถ้ามีเครื่องหมายถูกแสดงว่ากดแล้ว)

อ่านเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมด้านล่างครับ

เครดิตข้อมูล msn.com

Most Popular

To Top